Kawaii Vink Gluta Serum


คาวาอี้ วิ้ง กลูต้า เซรั่ม

ขนาดบรรจุ : 200 มิลลิลิตร

เลขที่ อย. : 10-1-6010064006

ติดต่อเพื่อเป็นตัวแทนจำหน่าย


รายละเอียดสินค้า

Kawaii Vink Gluta Serum คาวาอี้ วิ้ง กลูต้า เซรั่ม
  • แอล-กลูต้าไธโอน และวิตามิน บี3 ร่วมกันเสริมประสิทธิภาพการยับยั้งกระบวนการสังเคราะห์เม็ดสีเมนานิน (เม็ดสีดำ) ซึ่งเป็นสาเหตุผิวหมองคล้ำจุดด่างดำและฝ้า ช่วยผลัดเซลล์ผิวให้กระจ่างใสขึ้นและค่อยๆขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และด้วยคุณสมบัติของวิตามินบี 3 ยังช่วยเสริมความแข็งแรงของผิวชั้น Lipid ช่วยลดการอักเสบของผิวได้ (Eszter K., 1990)

    จากกราฟ การศึกษาผลของการรับประทานอาหารเสริม แอล­กลูต้าไธโอน ปริมาณ 250 มิลลิกรัม วัน ละ 2 ครั้ง (500 มิลลิกรัมต่อวัน)เป็นเวลา 4 สัปดาห์ต่อค่าดัชนีช้ีวัดจำนวนเมลานิน (วิเคราะหจ์ากเคร่ือง VISIATM CR system,USA) เปร่ียบเทียบกับคนท่ีรับยาหลอกโดยใช้ผู้ทดลองจำนวน 60 คน เป็นชาย 18 คน หญิง 42 คน อายุระหว่าง 19­22 ปีโดยวัดท่ีผิวหนังทั้งท่ีถูกแสงและไม่ถูกแสง 6 แห่งด้วยกัน ในส่วนท่ีถูกแสงได้แก่บริเวณใบหน้าด้านซ้ายขวา แขนท่อนปลายซ้ายขวา ส่วนท่ีไม่ถูกแสงได้แก่ต้นแขนท่อนบนด้านซ้ายและขวา ส่วนผลการศึกษาอ่ืนๆ เช่นจุดด่างดำของผิวจากรังสี UV ขนาดรูขุมขน และความเรียบเนียนของผิวหนังบริเวณใบหน้าทั้งด้านซ้ายและขวา ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มตัวอย่างท่ีรับประทานกลูตาไธโอน มีการลดลงของ melanin index ในผิวหนังทั้ง 6 แห่งอย่างมีนัยสำคัญ (Nutthavuth., 2010).


  • อาร์บูติน เป็นสารที่ให้ความขาว โดยทำให้ผิวพรรณกระจ่างใส ลดริ้วรอยหมองคล้ำ ฝ้ากระ และจุดด่างดำ(Thomas C., 2008)
  • Allantoin เป็นสารที่ฤทธิ์ในการต้านการเกิดออกซิเดชัน ที่ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย และทำหน้าที่เป็นสารให้ความชุ่มชื่นกับผิวหนังโดยการดูดน้ำไว้ที่ผิวหนัง ทำให้ผิวดูชุ่มชื้น นอกจากนี้ Allantoin ยังเป็นสารป้องกันการระคายเคืองด้วย (Sidney A., 1964)
  • ไททาเนี่ยม ไดออกไซด์ เป็นสารป้องกันแดดจากธรรมชาติ สามารถปกป้องผิวจากอันตรายของแสงแดด โดยการสะท้อนรังสี UV-A และ UV-B (มีฤทธิ์ออกซิเดชันเมลานินที่มีอยู่เดิมให้เข้มขึ้น) จึงช่วยปกป้องผิวไม่ให้ดำคล้ำและเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น (Alexey P., 2008)

    จากภาพ แสดงกลไกการทำงานของสารป้องกันแสงแดด (UV fillers) ชนิดที่เป็นสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์ สารป้องกันแดดชนิดสารอินทรีย์จะดูดซับและคลายความร้อนออกบริเวณผิวหนัง สารป้องกันแดด ชนิดที่เป็นสารอนินทรีย์ จะเกิดการสะท้อนแสงออกนอกผิวหนังจึงช่วยลดการผ่านของแสงยูวี เข้าสู่ผิวหนังได้ สารป้องกันแดดชนิดที่เป็นสารอนินทรีย์ ช่วยปกป้องผิวได้ดีกว่าสารป้องกันแดดชนิดสารอินทรีย์ (5)


    จากกราฟ การศึกษาประสิทธิภาพของสารป้องกันแดด Titanium Dioxide(TiO2) โดยการใช้ผิวพื้นที่ 1 cm2 ความหนา 620 cm ซึ่งประกอบด้วยชั้นผิวสามชั้น เรียงจากชั้นนอกสุดคือ Corneal, Epidermis และ Derma ตามลำดับ เพื่อทดสอบการผ่านของรังสี UV เข้าสู่ชั้นผิว คือ ใช้ความยาวคลื่น 310 nm (UV-B) และ 400 nm (UV-A) โดยการทาและไม่ทาสารป้องกันแดดที่มีสาร TiO2 เป็นองค์ประกอบ จากกราฟ (ซ้าย) ทดลองกับรังสี UV-B ความยาวคลื่น 310 nm โดยแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความหนาแน่นของพลังงานที่ถูกดูดซับ (Q) และความหนาของชั้นผิว (Z) พบว่า ที่ชั้นผิวหน้า (ความหนา 0 m) สำหรับผิวที่ไม่ได้ใช้สารป้องกันแดด TiO2 (วงกลม) มีค่า Q น้อยกว่าผิวที่ใช้สารป้องกันแดด TiO2 1%(สี่เหลี่ยม) และ5% (กากบาท) นั่นคือ TiO2 ดูดซับรังสี UV-B ไว้ที่ผิวได้มากและมากสุดที่ 5% แต่เมื่อวัดค่า Q ที่ความลึกลงไป 1 cm พบว่าผิวที่ไม่ได้ใช้ TiO2 มีค่า Q ใกล้เคียงกับชั้นผิวหน้า นั่นคือรังสี UV-B สามารถผ่านเข้าสู่ผิวชั้นในได้ โดยไม่ดูดซับ แต่สำหรับผิวที่ใช้ TiO2มีค่า Qลดลง แตกต่างจากชั้นผิวหน้ามาก และค่า Q ลดลงต่ำกว่าผิวที่ไม่ได้ใช้สาร TiO2 สังเกตจากเส้นกราฟที่ลดลง นั่นคือ TiO2 สามารถดูดซับพลังงานจากรังสี UV-B ไว้ที่ผิวหน้า และให้พลังงานจากรังสีผ่านเข้าสู่ผิวได้น้อยกว่าการไม่ใช้ TiO2 จึงช่วยลดอันตรายจากรังสี UV-B ได้ เช่นเดียวกับกราฟ (ขวา) ซึ่งทดลองกับรังสี UV-A ความยาวคลื่น 400 nm และมีแนวโน้มแบบเดียวกัน แต่รังสี UV-A สามารถผ่านเข้าสู่ผิวหนังได้ถึงชั้น Epidermis อย่างไรก็ตามสาร TiO2 ก็สามารถป้องกันอันตรายจากแสง UV-A ได้ดีกว่าการไม่ใช้ จากกราพแสดงให้เห็นว่าการใช้สารกันแดดที่มี 1% และ 5% TiO2บนผิวชั้น Corneal สามารถดูดซับพลังงานจากรังสี UV-B ได้ถึง 21% และ 40% ตามลำดับ ขณะที่การไม่ใช้สารกันแดดสามารถดูดซับรังสีได้เพียง 6% เช่นเดียวกับรังสี UV-A สามารถดูดวับพลังงานจากรังสี UV-A ได้ 4%, 9% และ 3%ที่การใช้ TiO2 1%, 5% และ 0% ตามลำดับ (Krasnikov I.V., 2010)


    วิธีใช้
  • ลูบไล้ทั่วเรือนร่างเป็นประจำทุกวัน ใช้ได้บ่อยครั้งตามต้องการ

    คำแนะนำเพิ่มเติม
  • ควรใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Verena Vite Secrete Plus หรือ L-Gluta Berry Plus เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดทำให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้นเป็นธรรมชาติอย่างเห็นได้ชัด

    คำเตือน
  • การใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีสารป้องกันแสงแดดเป็นเพียงวิธีหนึ่ง ที่จะช่วยลดความเสี่ยงอันตรายจากแสงแดด
  • หากใช้แล้วเกิดอาการแพ้หรือมีความผิดปกติใดๆ ต้องหยุดใช้และปรึกษาแพทย์ทันที



  • ส่วนประกอบที่สำคัญ

    แอล-กลูต้าไธโอน (L-Glutathione) ช่วยลดเม็ดสีเมลานินและต้านอนุมูลอิสระ ต้นเหตุของการทำลายเซลล์ผิวที่ทำให้ผิวหมองคล้ำ สาเหตุของการเกิดจุดด่างดำและฝ้า ช่วยผลัดเซลล์ผิวให้กระจ่างใสขึ้น ทำให้ผิวค่อยๆขาวขึ้นและช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกาย (Eszter K., 1990).





    วิตามิน บี3 (Vitamin B3) มีคุณสมบัติต้านการออกซิเดชันและอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสื่อมของเซลล์หรือความชรา (Anti-Aging) และช่วยยับยั้งกระบวนการสังเคราะห์เม็ดสีเมลานิน ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดจุดด่างดำและความหมองคล้ำ ช่วยปรับสภาพสีผิวให้ดูขาวและกระจ่างใสขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และเสริมความแข็งแรงของผิวชั้น Lipid ที่เคลือบปกป้องผิวและช่วยลดการอักเสบของผิวได้ (Singhal M., 2011)





    ไททาเนี่ยม ไดออกไซต์(Titanium dioxide) สารป้องกันแดดจากธรรมชาติ สามารถช่วยป้องกันผิวจากอันตรายของแสงแดด โดยการสะท้อนรังสี UV-A, UV-B จึงช่วยปกป้องผิวไม่ให้ดำคล้ำและเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นจากแสงแดด เนื่องจากเป็น Physical sunscreen จึงอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว (Alexey P., 2008).





    เลซิติน (Lecithin) เป็น Phospholipid ที่ได้จากธรรมชาติ ที่มีฤทธิ์ในการต้านการเกิดออกซิเดชันที่ทำให้เกิดริ้วรอย นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นสารที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนังโดยการดูดน้ำไว้กับผิวหนังทำให้คงความชุ่มชื้น ทำให้ผิวนุ่ม โดย Lecithin จะพบได้ในไข่ ถั่วเหลือง (Tanja S., 2007)





    อาร์บูติน (Arbutin) เป็นสาร Whitening agent ช่วยทำให้ผิวพรรณขาวกระจ่างใส ลดรอยหมองคล้ำ ฝ้ากระ จุดด่างดำเห็นผลเร็วเมื่อใช้เป็นประจำ (Thomas C., 2008).





    บิวทิลีน ไกลคอล (Butylene Glycol) เป็นสารที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว (Marry A., 1985).





    อัลแลนชั่น (Allantoin) เป็นสารป้องกันการระคายเคือง บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น (Sidney A., 1964)







    เอกสารอ้างอิง

  • Alexey Popov. Titanium dioxide nanoparticles as UV protectors in skin. ACTA Unoversitatis ouluensis C Technica. 2008; 304(1), 7-71.
  • Eloisa Berbel Manaia, Renata Cristina Kiatkoski Kaminski, Marcos Antonio Correa and Leila Aparecida Chiavacci. Inorganic UV Filters. Brazillian Journal of Pharmaceutical Sciences. 2013; 49(2), 201-209.
  • Eszter Karg., Anders Tunek., Harald Brotell., Anders Hallberg and Evald Rosengren. Glutathione in human melanoma cells: Effects of cysteine, cysteine esters and glutathione isopropyl ester. Journal of Dermatological Science. 1990; 1, 39-45.
  • I.V. Krasnikov, A.Yu. Seteikin and A.P.Popov. Measurement of Sun and Protecting Properties of Human Skin through Addition of Titanium Dioxide Nanoparticles. Optics and Spectroscopy. 2010; 109(2), 332-337.
  • Mary Ann Liebert. Final report on the safety assessment of Butylene glycol, Hexylene glycol, Ethoxydiglycol and Dipropylene glycol. Journal of the American College of Toxicology. 1985; 4(5), 223-248.
  • Nutthavuth Arjinpathana and Pravit Asawanonda. Glutathione as an oral whitening agent: A randomized, double-blind, placebo-controlled study. Journal of Dermatological Treatment. 2010; 1-6.
  • Sidney A. Katz, Richard Turse and S.B. Mecca. Determination of Allantoin and the aluminium allantoinates in various cosmetic and Pharmaceutical preparations. J. SOC. COS. CHEM. 1964; 15, 303-310.
  • Singhal Mukul, Khanna Surabhi and Nasa Atul. Cosmeceuticals for the skin: An Overview. Asian Journal of Pharmaceutical and Clinical Research. 2011; 4(2), 1-6.
  • Tanja Schaffer. Lecithin and Phospholipids-the optimal choice for natural cosmetics. Euro Cosmetics. 2007; 9, 2-4.
  • Thomas C. Tsai, BS and Basil M. Hantash. Cosmeceutical agents: A Comprehensive Review of the Literature. Clinical Medicine: Dermatology. 2008; 1, 1-20.




  •  



     



    ©Copyrights2014 VerenaInternational Company Limited.